แนะนำข้อควรรู้ฉบับสมบูรณ์กับเครื่องปั่นเหวี่ยง (Centrifuge) - 2026

Last updated: 7 พ.ค. 2569  |  53 จำนวนผู้เข้าชม  | 

M19PII Hematocrit Centrifuge

เครื่องปั่นเลือด หรือที่คนไทยเรียกกันเครื่องปั่นเหวี่ยง, เครื่องหมุนเหวี่ยง, เครื่องปั่นเหวี่ยงตกตะกอน (Centrifuge) เป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับปั่นเหวี่ยงสิ่งที่ต้องการเช่นเลือด, ปัสสาวะ, ไขมัน หรือแม้กระทั่งชิ้นเนื้อ ฯลฯ 

หน้าที่ของเครื่องปั่นเหวี่ยงคือจะทำการปั่นเหวี่ยงตัวอย่างที่ใส่ลงไปในตัวเครื่อง โดยมีความเร็วในการปั่นเหวี่ยงที่มีหน่วยคือ RPM (Round per minutes) ก็คือจำนวนการปั่นเหวี่ยงต่อนาที ซึ่งในงานห้องแล็บ / คลินิก แต่ละประเภทก็จะมีการตั้งค่าความเร็วที่ไม่เหมือนกัน เพราะว่าจุดประสงค์ในการปั่นเหวี่ยงของแต่ละแผนกก็จะมีความต้องการที่แตกต่างกัน เช่น

  • งานปั่นหาเปอร์เซ็นต์เม็ดเลือดแดงอัดแน่น (Hematocrit) ก็จะมีการปั่นเหวี่ยงที่ 12,000 RPM / 5 นาที
  • งานปั่นแยกเซรั่ม / พลาสม่า จะตั้งค่าที่ 3,500 RPM / 5 นาที ฯลฯ

เมื่อเกิดการปั่นเหวี่ยงด้วยความเร็วระดับดังกล่าว สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือเลือดที่นำมาปั่นจะเกิดการแยกชั้น ทำให้ส่วนประกอบที่มีน้ำหนักมากจะตกตะกอนอยู่ด้านล่างและส่วนประกอบที่มีน้ำหนักเบาจะลอยอยู่ชั้นบน โดยในการปั่นเหวี่ยง ผู้ปั่นเหวี่ยงย่อมมีส่วนประกอบที่ต้องการจากการปั่นเหวี่ยงอยู่แล้ว ซึ่งโดยปกติเมื่อปั่นเหวี่ยงเสร็จจะมีการนำ Tube ออกมา และดูดส่วนที่ต้องการมาใช้ในการวิเคราะห์ต่อ หรือตามจุดประสงค์อื่น ๆ ที่ต้องการ


เครื่องปั่นเลือดมีกี่ประเภท  

เครื่องปั่นเหวี่ยง

เครื่องปั่นเลือด (Centrifuge) มีหลายประเภทขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ในการใช้งาน และในแต่ละประเภทที่ใช้งานก็จะทำให้ตัวเครื่องมีการออกแบบความเร็วสูงสุด, หัวปั่น (Rotor) และ Feature ที่แตกต่างกัน ตามความเหมาะสมในการใช้งาน

1.เครื่องปั่นแยกเซรั่ม / พลาสม่า

เครื่องปั่นเหวี่ยง Elektro-Mag

เครื่องปั่นแยกเซรั่ม / พลาสม่า ถือเป็นเครื่องปั่นมาตรฐานที่มีการใช้งานสูงสุดหากเทียบกับเครื่องปั่นเลือดประเภทอื่น ๆ ทำให้มีรุ่นให้เลือกใช้งานเยอะ โดยความเร็วในการปั่นเหวี่ยงขึ้นอยู่กับเทคนิคของผู้ใช้งาน ซึ่งจะอยู่ตั้งแต่ 2,500 - 4,000 RPM

2.เครื่องปั่นฮีมาโตคริต

เครื่องปั่นฮีมาโตคริต Hawksley

เครื่องปั่นฮีมาโตคริต หรือที่คนไทยอาจเรียกว่า “เครื่องปั่นหาเปอร์เซ็นต์เม็ดเลือดแดงอัดแน่น” เป็นอีกหนึ่งเครื่องปั่นที่มีการใช้งานเยอะ มีตัวเลือกให้เลือกเยอะ โดยเครื่องปั่นประเภทนี้จะใช้ Tube แบบ Capillary ซึ่งมีขนาดเล็ก ทำให้หัวปั่นจะมีรูปแบบที่แตกต่างหัวปั่นประเภทอื่น ๆ รวมถึงความเร็วรอบสำหรับงานปั่นประเภทฮีมาโตคริต จะต้องปั่นที่ความเร็วสูง ทำให้เครื่องปั่นเลือดต้องสามารถปั่นได้ 12,000 RPM เป็นอย่างน้อย

3.เครื่องปั่นล้างเซลล์

เครื่องปั่นล้างเซลล์ Hawksley

เครื่องปั่นล้างเซลล์ มักถูกนิยมเรียกว่า “Serofuge” หรือ “Cell Washer” ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นเครื่องประเภทเดียวกัน โดยเครื่องปั่นล้างเซลล์จะเป็นสำหรับงานธนาคารเลือดเสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจะใช้ในการ Cross-Matching สำหรับการบริจาคเลือด เป็นต้น ความเร็วรอบในการปั่น 2,500 - 3,500 RPM ใน 15 - 45 วินาที ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการปั่น เช่น ต้องการปั่นอ่าน หรือปั่นล้าง ฯลฯ

4.เครื่องปั่น PRP

เครื่องปั่น PRP จาก Senova

เครื่องปั่น PRP (PRP Centrifuge) เป็นเครื่องปั่นที่ยอดนิยมสำหรับคลินิกเสริมสวยที่มีการฉีดเพื่อกระตุ้นให้ผมหนา / ดก ขึ้น หรือฉีดหน้าเพื่อให้หน้ามีความเยาว์วัยมากขึ้น หรือโรงพยาบาลที่เป็นแผนก Rehab (ฟื้นฟู) ที่สามารถใช้เพื่อช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูจากอาการบาดเจ็บได้ดีขึ้น เนื่องจาก PRP คือ Platelet-Rich Plasma ซึ่งในส่วนนี้จะมี Growth Hormones ที่ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายมีการเจริญเติบโต และฟื้นตัวได้เร็ว

5.เครื่องปั่นเหวี่ยงแบบควบคุมอุณหภูมิ

เครื่องปั่นควบคุมอุณหภูมิ Hawksley

เครื่องปั่นควบคุมอุณหภูมิเป็นเครื่องปั่นที่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้ตามที่กำหนดเอาไว้ ซึ่งแต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อ ก็จะมี Range การควบคุมอุณหภูมิที่แตกต่างกัน 

โดยสาเหตุที่ต้องมีเครื่องปั่นเหวี่ยงประเภทนี้เนื่องจากตัวอย่างบางประเภทจะต้องปั่นด้วยอุณหภูมิที่ตายตัว เช่น ต้องปั่นที่อุณหภูมิ-5 องศา เพื่อให้ตัวอย่างที่ปั่นเหวี่ยงคงสภาพ ฯลฯ โดยเครื่องปั่นเลือดประเภทนี้จะมีราคาที่สูง แต่เป็นสิ่งที่จำเป็นในการใช้งานบางประเภทที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้


หลักการทำงานเครื่องปั่นเลือด  

เครื่องปั่นเลือดมีส่วนประกอบสำคัญก็คือมอเตอร์ ที่จะมีการหมุนเหวี่ยงเวลาที่เครื่องทำงาน ซึ่งแกนมอเตอร์จะมีการประกอบเข้ากับตัวหัวปั่น (Rotor) ซึ่งจะทำให้ Rotor มีการหมุนเหวี่ยงในขณะทำการปั่น

โดยปกติแล้วสิ่งที่ควรทำในการใช้งานเครื่องปั่นเลือดคือควรมีการหมั่นตรวจเช็คความเรียบร้อยของตัวเครื่องอย่างสม่ำเสมอ, ตรวจสอบสภาพของหัวปั่นว่าสมบูรณ์หรือไม่, ตรวจสอบสภาพโครงเครื่อง, ห้องปั่น, อาการผิดปกติอื่น ๆ ที่เจอ เช่น เครื่องปั่นมีเสียงดังผิดปกติ, เครื่องสั่นแรงกว่าปกติ หรือเครื่องติด ๆ ดับ ๆ เอง ฯลฯ หากเจออาการที่ผิดปกติแล้วควรอ่านคู่มือเพื่อแก้ไขอาการต่าง ๆ ดูเบื้องต้น และหากยังไม่สามารถแก้ไขได้ ควรติดต่อหาผู้จัดจำหน่ายเพื่อขอคำแนะนำสำหรับการจัดการกับปัญหาดังกล่าวได้อย่างถูกวิธี เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้งานรวมถึงการยืดอายุการใช้งานตัวเครื่องให้ยาวนานขึ้นได้อีกด้วย


วิธีตั้งค่าเครื่องปั่นเลือด   

อย่างที่ได้มีการเกริ่นนำไปข้างต้น เครื่องปั่นเลือดแต่ละประเภทจะมีจุดประสงค์ในการปั่นที่แตกต่างกัน ทำให้การตั้งค่า RPM และ เวลาในการปั่นก็จะแตกต่างกันด้วย ต่อไปนี้จะเป็นข้อมูลการแนะนำการตั้งค่าสำหรับการปั่นเหวี่ยงแต่ละประเภท

ประเภทการปั่นเหวี่ยงความเร็วรอบเวลาหมายเหตุ
ปั่นแยกเซรั่ม / พลาสม่า35005 นาที
ปั่นหาฮีมาโตคริต120005 นาที
ปั่นล้างเซลล์300045 วินาที
ปั่นแยก PRP25005 นาที 


วิธีตั้งค่าเครื่องปั่นเลือดสำหรับงานแยกเซรั่ม/พลาสม่า

สำหรับงานปั่นแยกเซรั่ม / พลาสม่า โดยทั่วไปจะมีการตั้งค่าความเร็วรอบอยู่ที่ 3,500 RPM / นาที ซึ่งสามารถมีการเปลี่ยนแปลงไปได้ ตามเทคนิคส่วนบุคคล

วิธีตั้งค่าเครื่องปั่นเลือดสำหรับงานฮีมาโตคริต (ปั่นหาเปอร์เซ็นต์เม็ดเลือดแดงอัดแน่น)

งานปั่นหาค่าฮีมาโตคริต จะตั้งความเร็วรอบอยู่ที่ 12,000 RPM / 5 นาที เป็นการตั้งค่ามาตรฐานที่โรงพยาบาลส่วนใหญ่ใช้กันที่ค่านี้

วิธีตั้งค่าเครื่องปั่นเลือดงานปั่นล้างเซลล์ (Cross-matching)

งานปั่นล้างเซลล์จะมีการตั้งค่าความเร็วรอบอยู่ที่ 3,000 RPM / 45 วินาที ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับว่าจุดประสงค์ในการปั่นเหวี่ยงคืออะไร เช่นในการปั่นด้วยเครื่องปั่นล้างเซลล์ จะมีจุดประสงค์คือปั่นเพื่ออ่านผลหรือปั่นเพื่อล้างเซลล์ ในการปั่นแต่ละแบบก็จะมีการตั้งค่าที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของการตั้งเวลา


หลอดที่ใช้งานกับเครื่องปั่นเลือด

1.หลอด Capillary

หลอด Capillary

เป็นหลอดขนาดเล็กที่ใช้สำหรับงานหาค่า Hematocrit โดยขนาดของ Capillary tube จะมีขนาดเล็กมาก และบรรจุอยู่ในขวดตามภาพ ซึ่งใน 1 ขวด ปกติจะมี 100 Capillary tube

2.หลอดเก็บเลือดขนาดมาตรฐาน

หลอดเก็บเลือดขนาดมาตรฐาน

หลอดเก็บเลือดขนาดมาตรฐานจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ขนาด
ขนาด 13x75mm ที่หลายคนเรียกว่า “หลอดสั้น”
ขนาด 13x100mm ที่หลายคนเรียกว่า “หลอดยาว”

เกล็ดความรู้สำหรับการใช้งานหลอดสั้นในเครื่องปั่นเลือดจริง  

Adapter สำหรับหลอดเก็บเลือด

โดยส่วนใหญ่หากใช้หลอดสั้น (10x75mm) หลอดสั้นจะจมลงไปใน Tube Holder ทำให้เวลาที่ปั่นเสร็จแล้วต้องการหยิบหลอดออกมา จะหยิบยากขึ้น โดยอาจต้องใช้ Forceps ในการคีบออกมา ซึ่งจะทำให้เสียเวลาในการทำงานเป็นอย่างมาก ทำให้ควรมีการใช้งาน Adapter สำหรับช่วยให้ใส่หลอดสั้นแล้วมีขนาดพอดี ช่วยในเรื่องของการประหยัดเวลาไปได้อย่างมาก

3.หลอดเก็บปัสสาวะ

 หลอดเก็บปัสสาวะ

สำหรับงานที่ต้องปั่นตกตะกอนปัสสาวะ จะต้องใช้หลอดเก็บปัสสาวะ โดยปกติแล้วจะมีขนาดราว ๆ 16x100mm ขึ้นอยู่กับผู้ผลิตของหลอด

4.หลอดเก็บเลือดสำหรับงานปั่นล้างเซลล์ (10x75mm, 12x75mm)

หลอดเก็บเลือดสำหรับงานปั่นล้างเซลล์จะมีขนาดมาตรฐานอยู่ 2 ขนาด

  1. ขนาด 10x75mm
  2. ขนาด 12x75mm

5.หลอดเก็บเลือด Micro tube

หลอด Micro tube เป็นหลอดขนาดเล็กทีต้องใช้หัวปั่นโดยเฉพาะสำหรับงานประเภทนี้

6.หลอดเก็บเลือด PRP kits

 PRP Tube

หลอด PRP Kits จะมีลักษณะรูปทรงที่ไม่เหมือนกัน บางยี่ห้อก็จะมีลักษณะเป็นทรงกระบอกหรือ Syringe หรือบางยี่ห้อก็มีลักษณะเป็นทรงคล้าย ๆ Tube ปกติ ซึ่งมีหลายท่านที่เข้าใจผิดว่า PRP Tube กับ Tube เก็บเลือดปกติ เป็นแบบเดียวกัน แต่ในความเป็นจริง PRP Kits มีการออกแบบมาให้สามารถเก็บ PRP ได้ในปริมาณที่มากกว่าและสามารถดึงออกมาได้ง่ายกว่า ในขณะที่ Tube เก็บเลือดปกติ ไม่ได้มีความสามารถพิเศษในส่วนนั้น


วิธีการเลือกซื้อเครื่องปั่นเลือด

หากท่านต้องการเครื่องปั่นเลือดที่ถูกสเป็คตามที่ต้องการ ท่านต้องมีคำตอบสำหรับคำถามเหล่านี้

Q:ต้องการอะไรจากการปั่นเหวี่ยง ?
A:ต้องการปั่นเพื่อนำเลือดมาหาค่าฮีมาโตคริต, เพื่อนำตัวอย่างเลือดไปวิเคราะห์ต่อ 

Q:ปั่นเหวี่ยงตัวอย่างประเภทใด ?
A:เช่น เลือด, ปัสสาวะ, ชิ้นเนื้อ ฯลฯ 

Q:ขนาดหลอด (Tube) ที่ใช้ในงานดังกล่าว มีขนาดเท่าใด ?
A:เนื่องจากหัวปั่น (Rotor) ของเครื่องปั่นเหวี่ยงตกตะกอน จะมีขนาดในความจุที่แตกต่างกันในหัวปั่นแต่ละประเภท ดังนั้นหากทราบขนาดของ Tube ที่จะใช้งาน จะสามารถเลือกหัวปั่นได้ถูกประเภท

Q:มีลูกค้าที่เข้ารับบริการหนาแน่นขนาดใด ?
A:หากมีผู้เข้ารับบริการที่มีความหนาแน่นมาก ควรที่จะต้องใช้เครื่องปั่นเลือดที่สามารถจุจำนวนหลอดได้เยอะ ๆ ซึ่งหัวปั่นประเภทที่สามารถจุได้เยอะจะเป็นหัวปั่นแบบ Swing Out Rotor โดยจะแลกมาด้วยราคาที่สูงกว่าหัวปั่นแบบ Fixed Angle Rotor

Q:งบประมาณในการซื้อเครื่องปั่นเหวี่ยง
A:หากงบประมาณสูงสามารถดูเป็นของยุโรปได้ โดยมากยุโรปจะมีจุดเด่นที่ชัดกว่าของจีนคือวัสดุของตัวเครื่องและความคงทน แต่ในยุคหลังจีนได้มีการพัฒนาสินค้าขึ้นมาทำให้ตัวสินค้าเริ่มสามารถไต่ระดับขึ้นมาได้

Q:ปั่นเหวี่ยงด้วยความเร็วรอบเท่าไหร่ ?
A:เครื่องปั่นเหวี่ยงจะมีความเร็วรอบสูงสุดที่แตกต่างกัน ดังนั้นหากทราบความเร็วรอบ (RPM) ของงานที่ปั่นเหวี่ยง ก็ควรแจ้งให้กับผู้ขายทราบ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง


เครื่องปั่นเลือดต้องทำการ Maintenance อย่างไร ?

สำหรับการทำ Maintenance ของเครื่องปั่นเลือด แบ่งออกได้เป็น
การตรวจสอบสภาพของชิ้นส่วนตัวเครื่อง

หัวปั่น (Rotor)

หัวปั่น Centrifuge

• ให้ทำการหยุดปั่น เพราะหากมีทำการปั่นเหวี่ยงโดยใช้หัวปั่นที่มีรอยร้าว มีโอกาสที่จะทำให้หัวปั่นแตกได้ และหากหัวปั่นแตกระหว่างปั่นเหวี่ยง อาจทำให้เศษทรากกระเด็นจนทำให้ตัวห้องปั่นเกิดเสียหายตามได้ รวมถึงไม่ปลอดภัยสำหรับผู้ใช้งาน

โครงเครื่อง / หน้าปัด

โครงเครื่อง หน้าปัด Centrifuge

• หากโครงเครื่องมีรอยร้าว หรือรอยแตก ควรส่งต่อให้กับผู้จัดจำหน่ายให้ตรวจสอบ เพื่อป้องกันการเสียหายเพิ่มเติมไปมากกว่านี้

Part การทำความสะอาด 

หัวปั่น (Rotor)

หัวปั่น Centrifuge

• ควรหมั่นทำความสะอาดหัวปั่นอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงในกรณีที่เป็นหัวปั่น / จานปั่น แบบ Hematocrit ที่ปั่นด้วย Capillary Tube ที่มักพบเจอเศษ Capillary ที่แตกไปอยู่ในร่องใส่ Tube จนทำให้เวลาใช้งานจริงไม่สามารถวาง Tube ลงได้ เนื่องจากมีเศษหลอดแก้วที่แตกไปอุดตันอยู่ตรงช่อง


สรุป

หากทุกท่านได้อ่านบทความนี้แล้ว ท่านคงเข้าใจเรื่องเครื่องปั่นเลือดตั้งแต่หลักการเลือกซื้อไปจนถึงเทคนิคการใช้งานเครื่องปั่นเลือด โดยหากท่านมีความสนใจเลือกซื้อเครื่องปั่นเลือด สามารถติดต่อสอบถามเข้ามาได้ที่

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้