เครื่องปั่นเลือด (Centrifuge)

Last updated: 1 เม.ย 2569  |  6484 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เครื่องปั่นเลือด (Centrifuge)

 

Centrifuge เครื่องปั่นเหวี่ยง / เครื่องปั่นเหวี่ยงตกตะกอน หรือที่รู้จักกันอีกชื่อว่า "เครื่องปั่นเลือด" ถือเป็นเครื่องมือที่ห้องแล็บแทบทุกห้องจะขาดไม่ได้ เนื่องจากว่าเป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับการปั่นแยกส่วนประกอบของเลือดเพื่อให้สามารถนำส่วนที่ปั่นแยกออกมาวิเคราะห์ / วินิจฉัยโรคต่อไปได้

โดยในบทความนี้จะทุกท่านจะเข้าใจว่าเครื่องปั่นเลือดมีไว้เพื่ออะไร, มีส่วนประกอบอะไรบ้างที่สำคัญ และมีเครื่องปั่นเลือดรุ่นไหนบ้างที่กำลังได้รับความนิยมในปี 2025 

เครื่องปั่นเลือด / เครื่องปั่นเหวี่ยงตกตะกอน (Centrifuge)

เครื่องปั่นเลือดคือ ?

     เครื่องปั่นเลือดเป็นเครื่องมือแพทย์ที่ใช้งานในโรงพยาบาล, คลินิก หรือแล็บ ฯลฯ โดยความสามารถของตัวเครื่องปั่นเหวี่ยงตกตะกอนคือการปั่นเหวี่ยงเพื่อแยกส่วนประกอบของเลือดหรือตัวอย่างอื่น ๆ ที่ทำการปั่นเหวี่ยง

 รู้หรือไม่?

"ถึงแม้คนไทยจะรู้จักหรือเรียกเครื่องดังกล่าวว่า "เครื่องปั่นเลือด" แต่ในความเป็นจริงเครื่องปั่นเลือดสามารถปั่นปัสสาวะ, ชิ้นเนื้อ ฯลฯ"

เครื่องปั่นเลือดปั่นแยกส่วนประกอบของเลือดเพื่อ ?

     เครื่องปั่นเหวี่ยงมีจุดประสงค์เพื่อนำตัวอย่างที่ต้องการนำไปวิเคราะห์ต่อมาทำการปั่นเหวี่ยงเพื่อทำการแยกชั้นตัวอย่าง โดยหลักการก็คือปั่นเหวี่ยงเพื่อให้ชั้นที่มีความหนาแน่นหรือมีน้ำหนักที่เยอะกว่าตกตะกอนไปอยู่ข้างล่าง และชั้นด้านบนก็จะเป็นชั้นที่มีความหนาแน่นน้อยกว่าหรือน้ำหนักเบากว่า

     เพื่อให้สามารถนำส่วนประกอบที่แยกออกมาไปใช้ตามวัตถุประสง เช่น การปั่นเลือดเพื่อแยก PRP เพื่อนำกลับไปฉีดต่อในจุดที่ต้องการ เนื่องจาก PRP มี Growth Factor ที่จะช่วยซ่อมแซมรวมถึงสร้างเนื้อเยื่อใหม่ได้อย่างรวดเร็ว

เครื่องปั่นเลือดเหมาะกับใคร ?

     จึงเป็นที่นิยมสำหรับคลินิกเสริมความงามที่สามารถใช้ได้ทั้งการฉีดหน้าเพื่อให้ดูเยาว์วัย, ฉีดผมเพื่อให้ผมขึ้นในจุดที่ผมบาง หรือสำหรับโรงพยาบาล / คลินิก ที่ใช้ฉีดสำหรับการทำ Rehab เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บได้รวดเร็วขึ้น



เครื่องปั่นเหวี่ยงสามารถปั่นอะไรได้บ้าง ?

เครื่องปั่นเหวี่ยงตกตะกอน

     เครื่องปั่นเหวี่ยงสามารถปั่นเหวี่ยงตัวอย่างประเภทเลือด, ปัสสาวะ, ชิ้นเนื้อ หรือน้ำเชื้อได้ ซึ่งจุดประสงค์ในการปั่นก็จะมีความแตกต่างกันไปตามงานนั้น ๆ

ปั่นแยกเซรั่ม/พลาสมา

การปั่นแยกเซรั่มเป็นขั้นตอนสำคัญในห้องแล็บ เพื่อให้ได้เลือดที่ไม่มีเซลล์เม็ดเลือดแดงและเกล็ดเลือด หรือที่เราเรียกกันว่าเซรั่ม/พลาสมา (ขึ้นอยู่กับ Tube ที่ใช้งาน) เพื่อใช้ในการตรวจวิเคราะห์ทางชีวเคมีและการวินิจฉัยโรคได้อย่างแม่นยำ 

ปั่นเหวี่ยงตกตะกอน

การปั่นเหวี่ยงตกตะกอนใช้เพื่อแยกสารตกตะกอนออกจากของเหลว เช่น การตรวจหาสิ่งปนเปื้อน หรือชิ้นส่วนของเซลล์ที่ต้องแยกออกก่อนทำการตรวจต่อไป

ปั่นปัสสาวะ

เครื่องปั่นเลือด (Benchtop Centrifuge) ยังสามารถใช้ปั่น ตัวอย่างปัสสาวะ เพื่อแยกเซลล์หรือสารตกค้างได้อีกด้วย ทำให้สามารถตรวจวิเคราะห์ได้ละเอียดขึ้น เช่น ตรวจหาภาวะติดเชื้อหรือโรคไต เป็นต้น

 



ประเภทของหัวปั่น 

หัวปั่นเหวี่ยง

     หัวปั่นของเครื่องปั่นเหวี่ยงสามารถจำแนกออกได้หลายประเภท โดยหากเราจำแนกประเภทด้วยองศาในการปั่นเหวี่ยง จะสามารถจำแนกออกได้เป็น 2 ประเภท คือ

1.หัวปั่นแบบ Fixed Angle Rotor

     Fixed Angle Rotor คือ หัวปั่นที่ใช้ร่วมกับเครื่องปั่นเลือด (Centrifuge) โดยเป็นหัวปั่นชนิดที่มีมุมคงที่ในการปั่นตั้งแต่เริ่มต้นจนหยุด (อยู่ที่ 25-40 องศา ขึ้นอยู่กับการออกแบบของผู้ผลิต)

     หัวปั่นแบบ Fixed Angle Rotor ถือเป็นหัวปั่นมาตรฐานสำหรับที่ใช้กันทั่วไป และจะสามารถพบได้บ่อยกว่าหัวปั่นแบบ Swing Out Rotor เนื่องจากราคาที่ถูกกว่า

จุดเด่นของ Fixed Angle Rotor  

  • สามารถหาซื้อได้ง่าย ไม่ต้องรอของนาน
  • มีราคาที่ไม่สูงถ้าเทียบกับ Swing Out Rotor
  • สามารถใช้งานปั่นเหวี่ยงงานพื้นฐานได้ดี

 

2.หัวปั่นแบบ Swing Out Rotor

     เป็นหัวปั่นที่มีความเป็นเอกลักษณ์เนื่องจากว่า ในขณะที่ปั่น Swing Out Rotor ตัว Bucket ที่แขวนอยู่กับตัว Rotor จะถูกเหวี่ยงจนอยู่ในแนวนอน

จุดเด่นของ Swing Out Rotor  

  • สามารถจุได้มากกว่า Fixed Angle Rotor ซึ่งในเครื่องปั่นบางรุ่นสามารถจุได้มากกว่า 100 หลอด
  • สามารถจุหลอดหรือ Bucket ที่มีความจุเยอะได้ เช่น 50ml หรือ 125ml ฯลฯ 

 



หัวปั่นสามารถเปลี่ยนแปลงกันได้หรือไม่ ?

     หัวปั่นจะสามารถเปลี่ยนได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับการออกแบบของผู้ผลิต หากหัวปั่นมีขนาดที่ใกล้เคียงกันและมีวิธีการติดตั้งที่เหมือนกัน ก็อาจจะใช้ด้วยกันได้

     ทั้งนี้ ในบางยี่ห้อ จะมีการออกแบบมาให้มี Sensor ตัวหนึ่งที่ชื่อว่า Rotor recognition sensor ซึ่งมีหน้าที่ในการตรวจสอบที่กำลังสวมใส่อยู่ในเครื่อง ซึ่งโดยทั่วไปมีไว้เพื่อจำกัดความเร็วรอบ ให้เหมาะสมกับหัวปั่น

     แต่ในบางครั้ง Sensor ดังกล่าว มีไว้เพื่อล็อคหัวปั่นที่สามารถใช้งานได้กับเครื่องตัวนี้ให้ได้แค่หัวปั่นชนิดเดียว หากใส่หัวปั่นตัวอื่น Sensor จะทำการล็อคไม่ให้เครื่องสามารถทำงานได้

     โดยสรุป หากท่านต้องการความมั่นใจ แนะนำให้ถามตัวแทนจำหน่าย เพื่อข้อมูลที่ถูกต้อง โดยท่านไม่ควรเปลี่ยนหัวปั่นโดยที่ไม่ปรึกษากับทางตัวแทนจำหน่ายก่อน เนื่องจากหากเป็นหัวปั่นที่ไม่สามารถใช้ด้วยกันกับตัวเครื่องได้ เครื่องอาจจะมีปัญหาภายหลัง เช่น หัวปั่นแตก, แกนมอเตอร์เบี้ยว ฯลฯ

 



สามารถตั้งค่าความเร็วรอบได้สูงสุดเท่าไหร่ และตั้งค่าที่กี่รอบต่อนาที (RPM)?

เครื่องปั่นฮีมาโตคริต / เครื่องปั่นหาเปอร์เซ็นต์เม็ดเลือดแดงอัดแน่น

     สำหรับความสมรรถภาพในการตั้งค่าของเครื่องปั่นเหวี่ยงในแต่ละชนิดจะมีความยืดหยุ่นของเรื่องความเร็วที่สูงและต่ำที่แตกต่างกัน สำหรับเครื่องปั่นฮีมาโตคริต ที่มีไว้เพื่องานปั่นหาค่าฮีมาโตคริต เครื่องจะต้องมีความเร็วสูงสุดอย่างน้อย 12,000 รอบต่อนาที เพื่อที่จะสามารถปั่นเหวี่ยงและได้ค่าฮีมาโตคริตออกมาได้ 

เครื่องปั่นเลือด สำหรับแยกพลาสมา/เซรั่ม

     อย่างไรก็ตามสำหรับงานปั่นตกตะกอนทั่วไป ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปั่นด้วยความเร็วสูงถึง 12000 รอบต่อนาที จึงทำให้เครื่องปั่นตกตะกอนทั่วไปมีความเร็วรอบสูงสุดอยู่ที่ 4000-6000 รอบต่อนาที 

เครื่องปั่นล้างเซลล์ (Cell Washer)

     เครื่องปั่นเหวี่ยงที่ใช้สำหรับงาน Cross matching หรือที่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เครื่องปั่นล้างเซลล์ (Cell Washing Centrifuge, Serofuge) มีความเร็วรอบสูงสุดอยู่ที่ 3500-4000 รอบต่อนาที 

     ทั้งนี้ ในส่วนของการใช้งานจริง ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องตั้งค่าความเร็วรอบไว้ที่สูงสุดตามสมรรถภาพของตัวเครื่อง โดยการตั้งค่าความเร็วรอบที่ใช้ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ของการปั่นเหวี่ยง 

 



วิธีการใช้งานเครื่องปั่นเหวี่ยงอย่างถูกวิธี

หัวปั่นเหวี่ยงสมดุล

ต้องทำให้เครื่องปั่นสมดุลอยู่เสมอ

     ในการใส่หลอดตัวอย่างลงในหัวปั่น ผู้ใช้งานต้องคำนึงเสมอว่า ต้องใส่หลอดที่มีน้ำหนักเท่ากันในฝั่งตรงข้ามเสมอ เพื่อให้เกิดความสมดุลกัน โดยหากมีการปั่นเหวี่ยงโดยที่ไม่เกิดการสมดุลกัน จะทำให้ตัวเครื่องปั่นเหวี่ยงสั่น และอาจเกิดอันตรายต่อทั้งตัวผู้ใช้งานและตัวเครื่องได้

     อย่างไรก็ตาม ตัวเครื่องปั่นเหวี่ยงส่วนใหญ่จะมี Feature ที่รักษาความปลอดภัย ในส่วนนี้ คือเครื่องจะหยุดการทำงานหากมีการสั่นสะเทือนเกิดขึ้น (ปั่นโดยไม่สมดุล) ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งานได้โดยที่ไม่ต้องกังวลใจในส่วนนี้

ควรใส่ถุงมือและรักษาความสะอาดขณะใช้งานเครื่องปั่นเหวี่ยง

เนื่องจากในการปั่นเหวี่ยง ส่วนใหญ่ตัวอย่างที่ใช้ในการปั่นจะเป็นเลือด / ปัสสาวะ ซึ่งมีโอกาสที่จะปนเปื้อนไปด้วยเชื้อโรคหรือไวรัสซึ่งวิธีการหลีกเลี่ยงง่าย ๆ คือการสวมใส่ถุงมือและรักษาความสะอาดเวลาเข้างานและหลังเลิกงานทุกครั้ง



หลอดเก็บเลือดใช้เป็นหลอดประเภทไหน 

หลอดเก็บเลือดมีหลายประเภท เช่น EDTA, Heparin, Serum Tube, PRP Kits ฯลฯ การเลือกหลอดต้องพิจารณาตาม ชนิดหรือตัวอย่างที่ใช้ในการตรวจ, ค่าหรือผลลัพธ์ที่ต้องการหลังจากการปั่นเหวี่ยง, ช่องใส่หลอดเก็บเลือด (ว่าสามารถใช้งานกับหลอดเก็บเลือดได้หรือไม่

หลอดเก็บเลือด (Vacuum Blood Collection Tube) ไม่ใช่ว่าสามารถใช้แทนกันได้ทั้งหมด ถ้าใช้ผิดประเภท ผลตรวจอาจผิดเพี้ยนได้ ตัวอย่างเช่น

  • EDTA Tube (ฝาสีม่วง) → มีสารกันการแข็งตัว EDTA-K2 หรือ K3 เหมาะสำหรับตรวจ CBC (Complete Blood Count) แต่ห้ามนำไปปั่นเพื่อหาค่าเคมีเลือด เพราะ EDTA จะรบกวนผลตรวจ
  • Heparin Tube (ฝาสีเขียว) → เหมาะสำหรับตรวจที่ต้องใช้พลาสมา เช่น HLA typing หรือการตรวจฮอร์โมนบางชนิด
  • Serum Tube (ฝาแดง / ฝาเหลือง) → ไม่มีสารกันการแข็งตัว เหมาะสำหรับการปั่นแยกเซรั่ม ใช้ตรวจค่าชีวเคมี/ฮอร์โมน/การทำงานของตับ
  • Sodium Citrate Tube (ฟ้า) → ใช้สำหรับงาน Coagulation test (PT, aPTT, INR) ต้องมีอัตราส่วนเลือดกับสารกันการแข็งตัว 9:1 เท่านั้น ถ้าปริมาณเลือดไม่พอ ผลตรวจเพี้ยนแน่นอน
    PRP Tube (Platelet Rich Plasma Kits) → ใช้ในงาน Regenerative Medicine (เช่น PRP therapy) มี Gel separator เพื่อให้ได้ชั้นที่มีเกล็ดเลือดเข้มข้น


สนใจเครื่องปั่นเลือด ?

หากท่านใดสนใจเครื่องปั่นเลือด (Centrifuge) สามารถเข้าชมสินค้าได้ที่ได้โดยการคลิ๊กลิงค์ :> เครื่องปั่นเลือด (Centrifuge)
หรือติดต่อได้ที่ LINE : @medinter

Line Med Interติดต่อ Med Inter
 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้