เลือกเครื่องปั่นฮีมาโตคริต ต้องคำนึงถึงเรื่องใดบ้าง

Last updated: 22 พ.ค. 2566  |  275 จำนวนผู้เข้าชม  | 

Centrifuges_CENTURION

เครื่องปั่นเลือดฮีมาโตคริต เป็นเครื่องปั่นเลือดที่มีหัวปั่น (Rotor) แบบเฉพาะเจาะจง เนื่องจากการปั่นเพื่อหาค่าเปอร์เซ็นต์เม็ดเลือดแดงอัดแน่น จะต้องใช้หลอดทดลองแบบ Capillary ซึ่งจะเป็นหลอดที่มีขนาดเล็ก ในขณะที่การปั่นเหวี่ยงตกตะกอนทั่วไป จะใช้ขนาดหลอดขนาด 13x75 mm หรือ 13x100 mm ซึ่งก็จะมีหัวปั่นที่มีลักษณะที่ต่างกัน ซึ่งจะไม่สามารถใช้ร่วมกันได้
 

จำนวนความจุหลอด

หัวปั่นของเครื่องปั่นเลือดฮีมาโตคริต ควรมีความจุ ที่สามารถจุได้อย่างน้อย 24 หลอด Capillary
 



การทำความสะอาด

ในกรณีที่หากมีหลอด Capillary แตก (ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นบ่อย) การทำความสะอาดควรเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ง่าย ซึ่งโดยทั่วไปการทำความสะอาดของหัวปั่นฮีมาโตคริต จะเป็นการที่ต้องนำเศษหลอด แก้ว Capillary ที่แตกอยู่ในร่อง ออกมาทั้งหมด และฉีดฆ่าเชื้อ

หากการนำเศษหลอด Capillary ที่แตกออกมาไม่หมด จะทำให้การใส่หลอด Capillary ครั้งต่อไป ไม่ลงร่องอย่างสมบูรณ์และอาจจะเกิดการแตกได้อีก ดังนั้นควรทำให้มั่นใจว่าได้นำเอาเศษแก้วที่แตกออกทั้งหมดแล้ว ก่อนที่จะทำการปั่นรอบถัดไป

** ในการทำความสะอาดต้องสวมใส่ถุงมือ
 



ขอบยางจานปั่น

โดยทั่วไปหัวปั่นฮีมาโตคริต จะมีขอบยางจานปั่นเพื่อป้องกันไม่ให้ดินน้ำมันที่ใส่อยู่ในหลอด Capillary หลุดออกมา ซึ่งขอบยางจานปั่นควรจะติดแน่นอยู่ในหัวปั่น เพื่อป้องกันไม่ให้มีการหลุดออกมาของตัวขอบยางอยู่บ่อยครั้ง

และต้องควรทดลองให้มั่นใจว่าขอบยางมีคุณภาพที่ดี และสามารถทำให้ดินน้ำมันไม่รั่วออกมาได้ ซึ่งทั้งนี้ก็ไม่ได้เป็นที่คุณภาพของขอบยางเสมอไป ในบางครั้งอาจเกิดจากการที่ดินน้ำมันไม่ใช่เป็นเกรดสำหรับนำเพื่อใช้ในการปั่นเหวี่ยง ก็อาจทำให้หลุดออกมาจากหลอด Capillary ได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ขอบยางจานปั่นอาจไม่ได้มีความจำเป็นเสมอไป เนื่องจากหัวปั่นฮีมาโตคริตบางยี่ห้อก็ไม่ต้องมีการใช้ขอบยาง แต่ก็ยังสามารถใช้งานได้ปกติ โดยที่ดินน้ำมันไม่หลุดออกมาขณะปั่นได้

 



ความเร็วรอบในการปั่น

มาตรฐานของเครื่องปั่นฮีมาโตคริต ควรสามารถปั่นได้ด้วยความเร็วรอบอย่างน้อย 12000 รอบ/นาที (RPM)


ความคงทน

ควรมองหาเครื่องที่ประกอบด้วยวัสดุที่มีความแข็งแรงทนทาน เพื่ออายุการใช้งานที่ยาวนาน นอกจากนี้ยังถือว่าเป็นการช่วยเรื่องความปลอดภัยไปในตัว เพราะหากโครงสร้างของเครื่องแข็งแรง หากเกิดการปั่นแล้วมีการเกิดการไม่สมดุลขึ้น ก็จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้งานมากขึ้น
 



งบประมาณ

งบประมาณถือเป็นปัจจัยแรกที่ควรคำนึงถึง โดยท่านควรดูจากงบประมาณ และมองถึงเครื่องปั่นที่มีคุณภาพที่สุดที่อยู่ในงบประมาณ เนื่องจากเครื่องปั่นที่มีคุณภาพสูง ทำจากวัสดุที่แข็งแรง ย่อมมีอายุการใข้งานที่นานกว่าเครื่องที่มีวัสดุที่ไม่คงทน
 


Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้